ถ้าตัดขนตรงนั้นบริเวณน้องชายจะได้ไหม

ถ้าตัดขนตรงนั้นบริเวณน้องชายจะได้ไหม
ถ้าตัดขนตรงนั้นบริเวณน้องชายจะได้ไหม

เชื่อว่าหลายๆคนมีขน (ขนเพชร) จำนวนมาก  จนบางครั้งก็คิดว่าจะเอาออกดีหรือเปล่า  เพราะมันช่างมากเหลือเกิน อีกทั้งมีมากก็ยังส่งผลทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย  ไม่เห็นจะมีประโยชน์แบบนี้ตัดทิ้งเลยดีไหม  ต้องบอกว่าอย่าพึ่งตัด ลองอ่านบทความต่อไปนี้เสียก่อน  จากนั้นค่อยตัดสนใจใหม่ว่าจะให้เขาอยู่หรือไปดี

ก่อนอื่น ลองมาตั้งคำถามดีกว่าว่าทำไมเราจึงมีขนขึ้นปกคลุมบริเวณน้องชาย  แล้วธรรมชาติให้มาทำไม ในเมื่อมีแล้วก็รังแต่จะมีความอับชื้น  คำตอบก็คือ การที่ธรรมชาติให้ขนมานั้น  ก็เนื่องจากเขาก็มีหน้าที่   โดยหน้าที่ของขนเพชรก็คือ ช่วยลดแรงเสียดสีให้เบาบางลงในกรณีที่เกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นกับหนูน้อยของคุณ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หน้าที่สำคัญของขนเพชรอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ช่วยผลิตสเปิร์มให้มีประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย  เพราะฉะนั้นแล้วหนุ่มๆคนไหนที่คิดจะกำจัดขนออก ลองคิดดูใหม่ได้นะ

เมื่อรู้คำตอบกันแล้ว ก็คงจะไม่ต้องกำจัดและให้ทำการดำรงรักษาขนเพชรเอาไว้ต่อไป   ต่อมาก็คงจะต้องเป็นส่วนของวิธีการดูแลกันดีกว่าว่าจะต้องดูแลทำความสะอาดกันอย่างไน  ซึ่งวิธีในการดูแลก็ไม่ได้ยากเย็นซับซ้อนอะไรมากมาย  โดยเริ่มจากจากการดูแลในเรื่องของกางเกงในก่อน   หากเป็นไปได้ในการเลือกซื้อกางเกงในควรที่จะเลือกซื้อกางเกงในที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เนื่องจากกางเกงในชนิดนี้ จะสามารถช่วยระบายอากาศและช่วยดูดซับความชื้นที่จะอยู่ในขนเพชรได้ จากนั้นก็มาดูในส่วนของไซส์ของกางเกงในควรจะเลือกซื้อกางเกงในที่ไม่คับจนรัดติ้วเห็นเป้าตุ้งเด่นขึ้นมา  ควรที่จะเลือกซื้อแบบพอดีๆ จะดีกว่าค่ะ เนื่องจากการที่ซื้อกางเกงในที่มันคับมากเกินไปมาใส่จะส่งผลทำให้เครื่องในของคุณหายใจไม่ออกได้ มิหนำซ้ำยังส่งผลทำให้เกิดความชื้นที่อยู่ใต้ถุงอัณฑะจะมีทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และอื่นๆจนส่งผลทำเกิดเป็นโรคผิวหนังได้ในที่สุด นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ  เรื่องของความสะอาดของกางเกงใน  เพราะเมื่อไรก็ตามที่ซักกางเกงในไม่สะอาดแล้วล่ะก็ เชื้อโรคต่างๆก็จะเกิดการหมักหมมคงไม่ต้องนึกว่าน้องชายของคุณจะเป็นอย่างไร

ฝากเคล็ดลับไว้อีกนิดสำหรับหนุ่มๆคนหนที่คิดว่า ขนบริเวณหนูน้อยช่างอับมากเหลือเกิน  แล้วจะสามารถจัดการได้ด้วยการเอาแป้งมาโรยเพื่อช่วยขจัดความอับ ขอบอกเลยว่าเป็นความคิดผิดมหันต์  แนะนำว่าอย่าทำเป็นเด็ดขาด เนื่องจากการแป้งที่คุณโรยจะคอยดูดและเก็บความชื้นเอาไว้ จนกลายเป็นเป็นที่สะสมของแบคทีเรีย และความสกปรกมากยิ่งขึ้น   รู้ประโยชน์ของขนเพชรและวิธีการดูแลความสะอาดกันไปแล้ว ก็นำไปใช้แล้วบอกไปกันได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกคน

6 เรื่องจริงเกี่ยวกับการจูบที่คุณอาจไม่รู้

6 เรื่องจริงเกี่ยวกับการจูบที่คุณอาจไม่รู้
6 เรื่องจริงเกี่ยวกับการจูบที่คุณอาจไม่รู้

การจูบ  จัดว่าเป็นการแสดงออกความรักอีกอย่างหนึ่ง และที่สำคัญบางครั้งก็เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่คุณได้เตรียมการเอาไว้ คือ  การมีเซ็กส์  นั้นเอง  ซึ่งบางครั้งคุณเองก็อาจจะไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับการจูบ วันนี้เพื่อเป็นการไขข้องใจเกี่ยวกับการจูบ เราจึงมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน  ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  1. ผู้ชายส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 40 เผยว่า การจูบที่ยาวๆด้วยความแรงและมีระยะเวลาที่ยาวนาน  จะเป็นอีกหนึ่งแรกผลักดันที่ทำให้ฝ่ายชายเกิดความต้องการที่จะมีเซ็กส์ขึ้นมาทันที  ส่วนอีกร้อยละ 30  เผยว่าการจูบที่ฝ่ายหญิงล้วงไปจับลูบคลำที่ยังลูกบอลและท่อนเอ็นของฝ่ายชาย จะทำให้เซ็กส์สามารถเกิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วินาทีต่อไป
  2. ช่วงเวลาในจูบกัน สามารถช่วยวัดระดับของความใกล้ชิดของคุณทั้งคู่ได้ว่าแนบแน่นและเร่าร้อนขนาดไหน และเมื่อไรที่ต้องการให้จูบของคุณเร้าร้อนมากขึ้น ขณะที่จูบให้ดึงเอวของฝ่ายชายเข้ามาหาตัวคุณมากที่สุด เนื่องจากเมื่อไรที่ปากต่อปาด เอวและอวัยวะเบื้องล่างใกล้กัน อณูแห่งความอยากและตัณหาในตัวของทั้งคู่ก็จะมีเพิ่มมากขึ้น  แต่อย่างไรก็ดีที่หากการจูบเป็นแบบสั้นๆห่างๆ พร้อมกับคำพูดบอกลาที่ว่า “แล้วเจอกันใหม่” ที่ฝ่ายหญิงส่งให้ฝ่ายชายนั้น  เป็นสัญญาณเตือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งคู่กำลังที่จะเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น  ซึ่งเป็นไปได้ว่าฝ่ายหญิงไม่มั่นใจกับความรักที่ฝ่ายชายมีให้ หรือบางครั้งก็เป็นสัญญาณเตือนว่า เขากำลังมีคนใหม่
  3. ลิ้นของคนเราจะอุดมไปด้วยเส้นประสาทจำนวนมาก เพื่อที่จะจุดไฟแห่งความคันและความเสียว โดยมีผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ลิ้นของเรานั้นเวลาอี่เกิดการแลกลัวพัวพันกันระหว่างลิ้น จะสามารถทำให้ความอยากภายในตัวเพิ่มมากขึ้น เหมือนกับว่า การจูบสามารถกระตุ้นให้เกิดการมีเซ็กส์มากกว่าการลูบไล้ด้วยมือ
  4. ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบมีเซ็กส์กับผู้หญิงที่จูบไม่ค่อยจะเป็น ซึ่งในทางกลับกันผู้หญิงต้องการมีเซ็กส์กับผู้ชายที่ใช้ปากเก่งกว่าเธอ
  5. ลักษณะการจูบหูของฝ่ายชายที่ดีที่สุด คือ  การสวาปามไปยังติ่งหูของเขาในช่วงระยะเวลาชั่วครู่ จากนั้นก็ใช้ปลายลิ้นไต่ไปตามสันหู และหากต้องการเพิ่มความเร้าร้อนก็อาจจะทำการกระซิบข้างหูด้วยคำพูดเสียวๆ ซี้ดๆ  และเมื่อไรที่ฝ่ายชายเกิดอารมณ์มาก เขาเองจะทำการใช้ปากจูบและกัดตามส่วนสำคัญๆของร่างกายของฝ่ายหญิง  ถ้าเมื่อไรที่ฝ่ายหญิงสังเกตเห็นสิ่งนี้ในตัวคู่รัก นั้นแสดงว่าเขามีอารมณ์แบบที่ไม่มีลิมิตเกิดขึ้นแล้ว
  6. ลักษณะของการจูบด้วยความรักหรือความเสน่หาระหว่างการมีเซ็กส์นั้น จะทำให้เลือกในร่างกายเกิดความพุ่งและจังหวะการเต้นของหัวใจแรงและมีความเร็วที่มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญมันยังสามารถช่วยทำให้คุณถึงจุดสุดยอดได้ง่ายๆอีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีการจูบในสถานการณ์และในช่วงของอารมณ์ที่ไม่แน่ไม่นอน จะสามารถช่วยเปลี่ยนความคิดและช่วยในการตัดสินใจให้เขามารักคุณและหันมาเห็นใจคุณได้มากยิ่งขึ้น

6 แบบฝึกหัด อาจช่วยขจัดอาการหลั่งเร็ว

6 แบบฝึกหัด อาจช่วยขจัดอาการหลั่งเร็ว
6 แบบฝึกหัด อาจช่วยขจัดอาการหลั่งเร็ว

อาการ ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’ ในคำไทยๆ หรือ ‘หลั่งเร็ว’ ที่รู้จักกัน หรือ Premature Ejaculation (PE) ในทางการแพทย์ เป็นปัญหาสุขภาพทางเพศของผู้ชายที่พบเห็นกันได้ในทุกช่วงอายุ แต่งานวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบมากในชายกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 40 ปี อาการที่มักพบได้บ่อย เช่น ยังไม่ทันสอดใส่ก็หลั่งน้ำอสุจิ หรือบางคนหลั่งฯหลังสอดใส่ได้เพียงราว 1-2 นาที เป็นต้น ถึงแม้อาการหลั่งเร็วไม่เป็นที่ปรารถนาของผู้ชาย แต่หากเป็นแล้วก็ยังมีโอกาสบรรเทาหรือลาจาก หากรู้จักฝึกฝนเพื่อควบคุมตัวเองขณะใกล้หลั่ง ดัง 6 วิธีต่อไปนี้

  1. ฝึกการหายใจ
    การฝึกหายใจเข้าและออกนับเป็นรูปแบบการทำสมาธิอย่างหนึ่ง จึงถูกประยุกต์มาช่วยควบคุมความตื่นเต้นขณะใกล้หลั่ง สามารถฝึกได้โดย หายใจเข้าก้อนโตเต็มปอดราวๆ 3 วินาที แล้วจึงค่อยๆหายใจออกช้าๆราว 5 วินาที แรกฝึกอาจไม่ต้องมีการแข็งตัวเข้ามาเกี่ยว จากนั้นจึงค่อยขยับเป็นฝึกพร้อมการช่วยตัวเอง เมื่อฝึกเช่นนี้ไปสักระยะ ก็ค่อยนำไปปรับใช้ในกิจกรรมฯจริง อาจช่วยให้นกกระจอกสามารถกินน้ำได้นานกว่าเดิม
  2. เบรคหัวทิ่ม

เป็นอีกการฝึกฝนด้วยการช่วยตัวเอง เมื่อรู้สึกใกล้หลั่งให้หยุดปฏิบัติการและทำใจผ่อนคลายทันที สักพักจึงค่อยเริ่มใหม่ ฝึกซ้ำไปมาจนพอยับยั้งการหลั่งได้ ระยะเวลาการฝึกอาจสั้น/ยาวต่างกันไปในแต่ละคน แต่เมื่อปฏิบัติในภารกิจจริง ฝ่ายหญิงอาจต้องร่วมมือด้วยการหยุด หรือฝ่ายชายถอนออกชั่วคราว สักพักจึงค่อยไปต่อ

  1. บีบโคนน้องชาย

เป็นวิธียับยั้งการหลั่งคล้ายวิธีที่ 2 แต่เป็นการใช้วิธีบีบที่โคนอวัยวะเพศชายขณะใกล้หลั่งฯ ฝ่ายหญิงอาจต้องร่วมมือด้วยเมื่อปฏิบัติจริง ด้วยทฤษฎีนี้ ผู้ชายบางคนอาจเลือกใช้ตัวช่วยชะลอการหลั่ง ด้วยอุปกรณ์ลักษณะเป็นวงแหวน ใช้งานด้วยการสวมรัดไว้ที่โคนอวัยวะเพศ

 

  1. ขมิบก้น ทำได้ไม่อายใคร

การฝึกขมิบก้นของผู้ชาย ก็คล้ายๆการฝึกขมิบช่องคลอดของผู้หญิง ทั้งวิธีการและสถานที่ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่สะดวก ไม่มีใครรู้ว่าคุณกำลังอะไรอยู่ คุณผู้ชายลองนึกถึงขณะกลั้นการขับถ่าย ลองฝึกด้วยการขมิบก้นแล้วหยุดค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 แล้วค่อยๆคลายออก หยุดพักนับ 1 ถึง 5 หรือ 10 แล้วย้อนกลับไปทำซ้ำ วันหนึ่งสามารถทำได้หลายครั้ง เท่าที่นึกได้

 

  1. ใช้ตัวช่วย

นั่นคือ ถุงยางอนามัยประเภทที่มียาชาอ่อนๆในกลุ่ม Benzocaine เคลือบอยู่บางๆช่วงปลายถุง ซึ่งส่งผลช่วยชะลอการหลั่งฯได้เฉลี่ยราวๆ 3 ถึง 5 นาที ช่วยให้ผู้ใช้สามรถเพลิดเพลินกับกิจกรรมบันเทิงเริงใจ แถมยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงภาวะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย

  1. ใช้ยากับอวัยวะฯ
    องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration, US.FDA) ได้อนุมัติให้ตัวยา Promescent สามารถใช้งานได้ โดยใช้ทาที่อวัยวะเพศชายก่อนปฏิบัติกิจ ตัวยานี้จะถูกดูดซึมลงใต้ผิวหนังขององคชาต ตรงปลายประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการหลั่ง เพื่อช่วยชะลอการหลั่งในฝ่ายชาย โดยไม่กระทบใดๆกับฝ่ายหญิง

 

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ชายหลั่งเร็วแต่ละคนอาจมีวิธีเฉพาะตัวก่อนลงทำศึก เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ทั้งชะลอการหลั่งและย้อมใจ บางคนอาจเลือกใช้วิธีสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก่อน เป็นต้น